Content on this page requires a newer version of Adobe Flash Player.

Get Adobe Flash player

 
Skin of The House
“ผิวของบ้าน” หรือ “Skin of The House” เปรียบเสมือนเสื้อผ้าที่เราสวมใส่ สิ่งนี้แสดงให้เห็นถึงเอกลักษณ์และแนวคิดของบ้านหลังนั้น รวมไปถึงคุณสมบัติของผนังแต่ละประเภท ซึ่งช่วยในเรื่องของการระบายอากาศ ป้องกันความร้อน ความเย็น และลมที่ต่างกันออกไป เมื่อมองจากภายนอก ผิวของบ้านเป็นสิ่งแรกที่เราสามารถเห็นได้ก่อนสิ่งใด ลองเลือกผิวของอาคารให้เหมาะกับที่ตั้ง สภาพลมฟ้าอากาศ และความชอบของคุณ ต่อไปนี้เป็นผิวของบ้านที่เราคิดว่าน่าสนใจ และเราก็ชอบมัน ลองนำไปประยุกต์กับบ้านของคุณดูนะครับ

 

 

1. เป็นธรรมชาติ
“ไม้” เป็นวัสดุธรรมชาติที่นำมาก่อสร้างอย่างแพร่หลายมานานแล้ว เนื่องจากมีความแข็งแรง ทนทาน
น้ำหนักเบา ก่อสร้างง่าย ให้ผลลัพธ์ที่รู้สึกผ่อนคลาย สบาย และดูอบอุ่นด้วย ไม้แบ่งเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ ไม้เนื้อแข็ง เช่น ไม้เต็ง ไม้แดง ไม้ตะเคียน ไม้มะม่วง เหมาะสำหรับทำไม้พื้น บันได ผนัง เฟอร์นิเจอร์ และไม้เนื้ออ่อน เช่น ไม้สัก ไม้ยาง ไม้สน ไม้ฉำฉา ไม้ไผ่ ความเหมาะสมในการใช้งานขึ้นอยู่กับประเภทของไม้ เช่น ไม้สักนำมาทำบานประตูหน้าต่าง ไม้ยางหรือไม้สนนำมาอบแห้งและน้ำยา สามารถทำเป็นเฟอร์นิเจอร์ได้

2. เหมือนไม้ แต่ไม่ใช่ไม้
“วัสดุทดแทนไม้” เป็นวัสดุที่ช่วยลดการใช้ไม้จริงได้มาก แถมยังทนทาน ปราศจากปลวก ทนน้ำ น้ำหนักเบา ติดตั้งง่าย โดยวัสดุที่นำมาทำอาจเป็นเศษพลาสติก เศษไม้ต่างๆ นำมาหลอมและขึ้นรูปเป็นไม้ในรูปแบบที่ต้องการ ปัจจุบันเทคโนโลยีสามารถทำให้พื้นผิวนั้นใกล้เคียงไม้จริงได้มากขึ้น วัสดุทดแทนไม้ประเภทนี้จึงเป็นทางเลือกหนึ่งที่น่าลองมาก ยิ่งตำแหน่งที่ต้องการจะใช้เป็นส่วนที่ไม่ต้องสัมผัสใกล้ชิด เช่น ระแนงที่อยู่สูง หรือฝ้าชายคาที่อยู่ภายนอกซึ่งมองเห็นได้เฉพาะในระยะไกล

3. สวยง่าย สวยเร็ว
“การทาสี” เป็นวิธีที่ง่ายที่สุดวิธีหนึ่งในการทำให้บ้านดูสวยงาม แต่สิ่งสำคัญไม่แพ้การเลือก
โทนสีก็คือประเภทของสี สีที่ทนทานจะเป็นสีอะคริลิกสำหรับภายนอกอาคารทาบนผิวปูน ปัจจุบันผู้ผลิตสีเหล่านี้ได้คิดค้นเทคโนโลยีที่ช่วยให้เนื้อสีติดทนนานขึ้น รวมไปถึงการทำความสะอาดตัวเองได้ อีกทั้งไม่เป็นอันตรายต่อผู้อยู่อาศัยและในขณะทำงาน การเตรียมผิวของปูนให้เรียบ ปล่อยให้แห้งสนิทประมาณ 1 เดือนหลังจากฉาบ และสำหรับปูนใหม่ควรทาสีรองพื้นก่อน 1 ครั้ง หลังจากนั้นค่อยทาสีทับหน้าอะคริลิกอย่างน้อย 2 ครั้ง ถ้าเป็นปูนเก่าควรกะเทาะสีเก่าออกให้มากที่สุด ทาสีรองพื้นปูนเก่า แล้วทาสีทับหน้าอย่างน้อย 2 ครั้งเช่นกัน

4. ผนังเท่ ทันสมัย
“ผนังเหล็กรีดลอน” หรือ Metal Sheet คือ แผ่นเหล็กที่ถูกรีดเป็นลอน ซึ่งจะมีรอยต่อระหว่างแผ่นน้อย สามารถรีดเป็นแผ่นได้ยาวตามความต้องการ จึงช่วยลดปัญหารั่วซึม น้ำหนักเบา ช่วยลดขนาดของโครงสร้างได้ รวมถึงมีขนาดให้เลือกหลายขนาด หลายสี ปัจจุบันมีทั้งแบบอาบสังกะสีแล้วเคลือบสี และเคลือบอะลูมิเนียม ซึ่งแบบหลังจะมีความทนทานกว่า ลองพิจารณาใช้ตามความเหมาะสม
อย่างไรก็ตามผนังประเภทนี้จะเกิดเสียงดังเมื่อกระทบกับฝนที่ตกลงมา เราสามารถแก้ไขได้โดยการบุฉนวนกันเสียง หรือฉนวนกันความร้อนที่ผนัง ก็จะช่วยให้เสียงดังที่เกิดขึ้นนั้นน้อยลงได้

5. ผิวสัมผัส ธรรมชาติ
“หิน” เป็นวัสดุธรรมชาติที่ให้ความรู้สึกแข็งแรง ทนทาน และเป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติ มีหินหลากหลาย
ประเภทที่สามารถนำมาก่อสร้างได้ ไม่ว่าจะเป็นหินทราย หินแกรนิต หินอ่อน หรือหินภูเขา ในอดีตนิยมนำหินมาก่อสร้างเป็นผนังหรือกำแพงรับน้ำหนัก แต่ปัจจุบันไม่มีความจำเป็นที่จะต้องสร้างผนังรับน้ำหนัก อีกทั้งการก่อสร้างก็ยากลำบาก เราจึงนำหินมาใช้กรุที่ผิวของผนังเท่านั้น กรณีที่มีผนังอยู่แล้ว เช่น ผนังคอนกรีต ก็สามารถนำหินมาเรียงประดับยึดกับผนังดังกล่าว หินบางประเภทอาจมีธาตุเหล็กปนอยู่มาก ควรใช้ปูนมอตาร์แบบไม่เป็นสนิม ส่วนอุปกรณ์เหล็กยึด สลักสมอ ก็ควรเป็นโลหะแบบปลอดสนิมเช่นกัน ทั้งการนำหินเป็นก้อนมากรุเรียงกันเป็นผนัง หรือนำหินมาตัดเป็นแผ่นให้ได้ขนาดที่แน่นอน แล้วติดตั้งเรียงกันเป็นผนังแทนล้วนเป็นการตกแต่งผิวเพื่อให้ได้ความรู้สึกของผนังหินแข็งแรง แต่ปัจจุบันก็มีวัสดุอื่น เช่น กระเบื้องลายหิน ก็จะช่วยเรื่องการติดตั้งที่ง่ายขึ้น อีกทั้งยังไม่ต้องใช้หินจริงซึ่งต้องไปขุดมาจากธรรมชาติอีกด้วย

6. ผิวคอนกรีต สวยได้หลากหลาย
“คอนกรีตแต่งผิว” คือ ผนังคอนกรีตที่ตกแต่งผิวให้ได้ผิวสำเร็จตามต้องการ มีหลากหลายแบบด้วยกัน ทั้งการแต่งผิวในขณะที่คอนกรีตกำลังเซ็ตตัวและขณะที่คอนกรีตแห้งแล้ว การตกแต่งด้วยไม้แบบ - นอกจากไม้แบบที่ทำจากไม้อัดหรือเหล็กแล้ว เรายังสามารถให้ไม้ชนิดอื่นที่มีลวดลายมาทำเป็นไม้แบบได้ ผิวคอนกรีตที่ได้ก็จะเป็นไปตามไม้แบบที่นำมาทำ ยิ่งไปกว่านั้นหากเราต้องการผิวที่แปลกออกไป ก็สามารถทำรูปแบบของไม้แบบใหม่ โดยการประกอบไม้แบบขึ้นมาใหม่ เพื่อมาใช้สร้างผิวคอนกรีตได้ด้วย การตกแต่งภายหลังคอนกรีตแข็งตัว – ไม่ว่าจะเป็นการพ่นด้วยทราย การใช้ปูนสลัด
การปัดด้วยแปรงเป็นลวดลาย การทำสีกัดกรด การทำผนังคอนกรีตขัดมัน หรือฉาบทับด้วยปูนซีเมนต์ขาว ทั้งหมดเป็นการตกแต่งภายหลังคอนกรีตแข็งตัวแล้ว เป็นการเพิ่มลูกเล่นให้ผนังเรียบได้แบบไม่ยากนัก สามารถหาช่างที่มีความชำนาญได้ไม่ยาก หรือบางอย่างก็สามารถทำเองได้ เช่น การทาสี หรือการทำลวดลายบนผนัง

7. เรียบง่าย มั่นคง
“อิฐโชว์แนว” ที่ใช้ส่วนใหญ่เป็นอิฐดินเผาที่มีขอบและสันที่คมแข็งแรง เช่นอิฐ บ.ป.ก. ทำจากทราย ดินเหนียว ที่นวดให้เข้ากันและผ่านการให้ความร้อนสูง จึงทำให้อิฐชนิดนี้มีความแข็งแรง ทนทานต่อแรงอัด สำหรับขนาดนั้นมีให้เลือกหลากหลาย ทั้งแบบเรียบๆไม่มีลวดลายและแบบที่มีลายนูนสูงต่ำไม่เท่ากันเพื่อความสวยงาม ส่วนอิฐมอญนั้นก็สามารถโชว์แนวได้ แต่ก็จะได้ความรู้สึกสวยแบบดิบๆไปอีกแบบ เพราะขอบของอิฐมอญจะไม่เรียบดูไม่เป็นระเบียบนัก วิธีการก่ออิฐนั้นช่างทั่วไปก็สามารถทำได้โดยไม่ต้องมีความเชี่ยวชาญมาก แต่ต้องระบุไว้แต่แรกว่าจะทำการโชว์แนวอิฐ และให้ช่างมีความเอาใจใส่มากขึ้น เพื่อให้แนวเว้นร่องต่างๆนั้นเสมอกันสวยงาม ก่อนที่จะก่อควรแช่หรือฉีดน้ำให้ทั่วก้อนอิฐทิ้งไว้ประมาณ 1 – 2 ชั่วโมง รอให้แห้งแล้วค่อยก่อ โดยเว้นร่องประมาณ 5 – 10 มิลลิเมตรแล้วแต่ขนาดของอิฐและความสวยงาม จากนั้นต้องทาเคลือบผิวอิฐด้วยน้ำยาซิลิโคน ทาเฉพาะที่ผิวของก้อนอิฐเท่านั้น

8. ระบายอากาศได้ สวยด้วย
“อิฐช่องลม” คือ อิฐก่อผนังที่ออกแบบให้มีช่องลมเพื่อระบายอากาศ ปัจจุบันมีให้เลือกใช้หลากหลายแบบ เหมาะสำหรับการทำผนังที่ต้องการให้มีการระบายอากาศที่ดี แต่มีข้อเสียคือไม่สามารถป้องกันฝนและแมลงได้ ต้องออกแบบให้มีชายคายื่นยาวบังฝน หรือติดมุ้งลวดเพื่อกันแมลงอีกชั้นหนึ่ง สำหรับใครที่อยากได้รูปแบบของก้อนอิฐที่มีช่องระบายอากาศที่แปลกออกไปก็สามารถทำได้ โดยมีร้านรับทำโดยเฉพาะ นำแบบที่คิดมาขึ้นรูปแล้วอัดเป็นก้อนได้เลย
หากออกแบบให้ผนังอิฐช่องลมนี้มีความสูงมากกว่า 3 เมตร และกว้างเกิน 3 เมตร ก็จำเป็นจะต้องมีคานเอ็นเสาเอ็นทุกความกว้างและสูงดังกล่าว เพื่อความแข็งแรงด้วย

9. ผิวอาคารแบบใหม่ๆ
ผนังเล่นเส้น บ้านหลังหนึ่งในประเทศเนเธอร์แลนด์เลือกใช้เหล็กรีดบาง (Metal Sheet) ในขนาดที่ต่างกันออกไปมาประกอบกันเป็นผนังภายนอก ระยะของเส้นตะเข็บรอยต่อระหว่างแผ่นที่ไม่เท่ากัน ทำให้ผนังนี้ดูน่าสนใจขึ้น จัดเรียงให้เท่ากัน รอยต่อและรูปแบบของสองวัสดุที่มาต่อชนกัน หากมีระยะและเส้นสายที่เท่ากัน จะทำให้รายละเอียดนั้นดูลงตัวและสวยงามขึ้น ผนังเจาะได้ ช่องแสงนั้นสามารถเป็นไปได้หลากหลายรูปทรงและหลายขนาด เช่น บ้านหลังนี้ ตัวผนังคอนกรีตถูกเจาะเป็นรูทรงกระบอก ด้านในใช้แผ่นอะคริลิกสีขาวบุเพื่อให้เกิดความน่าสนใจขึ้น รูปแบบที่สร้างขึ้นเอง ผิวของอาคารทำจากดินเผาที่สามารถสร้างรูปแบบได้คล้ายกับอิฐบล็อกช่องลม โดยการทำเป็นตัวต้นแบบ นำไปผลิตซ้ำและเรียงเป็นแผงผนังของตัวอาคารได้ ฉะนั้นเราสามารถทำลวดลายของวัสดุก่อได้ตามต้องการเลยทีเดียว

เรื่อง : “เอกราช ลักษณสัมฤทธิ์”
ภาพ : คลังภาพบ้านและสวน